พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. แถลงข่าว ผลการจับกุมประจำสัปดาห์ วันศุกร์ที่ 9 ก.ค. 64 เวลา 10.30 น. ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู)
ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
วันศุกร์ที่ 9 ก.ค.64 เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วยพล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1, ว่าที่ พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3, พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร ผกก.ตม.จว.สมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ร่วมแถลงข่าว ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) ดังนี้
1. สืบ ตม.1 ขยายผลรวบเขมรแสบ ร่วมขบวนการขนแรงงานต่างด้าวข้ามแดน
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.ศุภณัฎฐ์ เจริญเรืองสกุล, พ.ต.อ.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, พ.ต.อ.ยศเอก รักษาสุวรรณ รอง ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมแถลงข่าวการจับกุม ดังนี้
กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 นำโดย พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1, พ.ต.ท.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ รอง ผกก.สส.บก.ตม.1, พ.ต.ท.ทรงพันธุ์ กุลดิลก, พ.ต.ท.ปัฐน์ แสนอินอำนาจ สว.กก.สส.บก.สส.สตม. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.1 ได้ร่วมกันจับกุม MR.VON หรือ นายยาว อายุ 44 ปี สัญชาติกัมพูชา จับตามหมายจับของศาลจังหวัดสระแก้ว ให้จับกุม MR.VON ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันนำหรือพา หรือช่วยคนต่างด้าวเข้ามา
ในราชอาณาจักรหรือกระทำด้วยวิธีการใดๆ อันเป็นการอุปการะช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามา
ในราชอาณาจักร”
พฤติการณ์ในการจับกุม สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว ได้สืบสวนหาข่าวจนทราบว่า มีกลุ่มคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาแอบลักลอกเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร บริเวณป่ามันสำปะหลัง ท้ายหมู่บ้านแก้วเพชรพลอย ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว จึงได้ร่วมกันตรวจสอบและจับกุม คนต่างด้าวซึ่งหลบหนีเข้ามา
ในราชอาณาจักรจำนวน 25 คน และคนไทยจำนวน 3 คน ซึ่งหนึ่งในผู้ต้องหาคือนายโก๊ะ ได้ให้การว่า ตนได้รับการติดต่อจากนายยาวให้มารับแรงงานชาวกัมพูชาดังกล่าว โดยนายยาวจะรู้จักกับนายหน้าซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชา ทำหน้าที่หาลูกค้าที่ต้องการเข้ามาในราชอาณาจักรไทย จากนั้นนายยาวจะติดต่อให้นายโก๊ะ ไปรับแรงงานชาวกัมพูชาตามสถานที่
ที่นัดหมายกันไว้ จากนั้นนายยาวจะขับรถยนต์เก๋งส่วนตัวของนายยาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เพื่อมารับแรงงานต่างด้าวดังกล่าวด้วยตัวเอง และนายโก๊ะได้บอกว่าตนและพวกได้กระทำการลักษณะนี้มาจำนวนหลายครั้ง ซึ่งจะได้รับค่าตอบแทน 1,000 บาท ต่อคน ซึ่งตามวันเวลาที่นายโก๊ะถูกจับกุม คาดว่านายยาวได้ทราบถึงการจับกุมดังกล่าว จึงตื่นกลัวแล้วหลบหนีไป
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.1 ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. ซึ่งได้รับการประสานจาก กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว ให้ กก.สส.บก.ตม.1 สนับสนุนการติดตามตัวนายยาวมาดำเนินคดี เจ้าหน้ที่ กก.สส.บก.ตม.1 จึงได้ทำการสืบสวนโดยการตรวจสอบข้อมูลจากระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมืองจนทราบข้อมูลของนายยาว และได้ทำการติดต่อนายจ้างของนายยาว ตามฐานข้อมูลของกรมการจัดหางาน โดยนายจ้างของนายยาว ให้การว่าปัจจุบันตนและนายยาวมีเรื่องบาดหมางกัน ไม่ได้ร่วมงานกันแล้ว จึงไม่ทราบที่อยู่ของนายยาว แต่มีข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ของนายยาว เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้ใช้วิธีโทรศัพท์หลอกล่อนายยาว ว่าจะมีงานก่อสร้างให้ทำและมีค่าตอบแทนให้ นายยาวหลงเชื่อจึงได้ให้ที่อยู่มา จึงทำให้เจ้าหน้าที่ทราบถึงที่อยู่ของนายยาว ต่อมาเจ้าหน้าที่ฯ จึงวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ไว้บริเวณที่อยู่ของนายยาว จนกระทั่งพบตัวนายยาว เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้เชิญตัวนายยาว มายัง กก.สส.บก.ตม.1 เพื่อสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 ได้รับการประสานมาจาก กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว ว่าได้รับการอนุมัติหมายจับนายยาวแล้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่ฯ จึงแจ้งให้นายยาวทราบถึงหมายจับนั้น โดยนายยาวให้การว่า ตนได้ชักชวนเพื่อนและคนรู้จักซึ่งเป็นชาวกัมพูชานับสิบคนข้ามพรมแดนระหว่างประเทศโดยผิดกฎหมาย อาศัยการเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณ บ้านทับเสียม อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว โดยรับว่าทำมาแล้ว 2-3 ครั้ง โดยตนจะได้รับค่าตอบแทนหัวละ 5,000 – 7,000 บาท โดยแต่ละครั้งจะมีชาวกัมพูชานำพาแรงงานต่างด้าวเดินข้ามมาตามช่องทางธรรมชาติ และให้รอที่จุดพักคอย จากนั้นนายโก๊ะจะพาเดินมายังบริเวณที่ได้นัดหมายไว้กับตน และตนจะนำรถส่วนตัวขับมารับแรงงานดังกล่าวเพื่อมุ่งหน้ามายัง กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเมื่อถึงยังที่หมายนายยาวจะนำแรงงานชาวกัมพูชาส่งต่อให้กับนายจ้างที่ต้องการแรงงานต่างด้าวในการทำงานก่อสร้าง ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 จึงนำตัวนายยาว ส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว เพื่อรับตัวไปส่งต่อยัง สภ.ตาพระยา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
2. ตม.จว.ชลบุรี กวาดล้างนายห้างแขก เร่ขายสินค้าเงินผ่อนดอกเบี้ยโหด
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.๓, พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.๓, พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ รอง ผบก.ตม.๓, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.๓, พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.๓ และ ว่าที่ พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.๓ และ พ.ต.อ.นเรนทร์ เครื่องสนุก ผกก.ตม.จว.ชลบุรี ร่วมแถลงข่าวการจับกุม ดังนี้
เนื่องด้วย ตม.จว.ชลบุรี ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีบุคคลลักษณะคล้ายแขก มีพฤติการณ์ออกเร่ขายสินค้าประเภทเงินผ่อน ก่อความเดือดร้อนรำคาญในพื้นที่รับผิดชอบจำนวนหลายราย จึงได้ทำการสืบสวนหาข้อมูลก็พบว่า กลุ่มคนเหล่านี้มีพฤติกรรมเร่ขายสินค้าและจูงใจให้มีการผ่อนชำระเป็นรายวัน แต่เมื่อรวมยอดเงินที่ผ่อนครบแล้วพบว่ามีอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก จึงได้รีบสืบสวนหาข่าว จนนำมาซึ่งการจับกุมโดยมีรายละเอียดดังนี้
หลังจากได้รับการร้องเรียนข้างต้น ชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนพบคนต่างด้าวที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ทราบชื่อคือ นายรามสัญชาติอินเดีย พร้อมกับกลุ่มชายแขกยังไม่ทราบชื่ออีกจำนวนหนึ่ง ได้เฝ้าดูพฤติกรรมก็พบว่ามีการตระเวนเร่ขายสินค้าให้กับประชาชนทั่วไปในละแวก เมืองพัทยาและทาง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี อยู่หลายครั้ง ซึ่งชุดจับกุมเข้าไปสอบถามประชาชนในบริเวณที่กลุ่มคนเหล่านี้ตระเวนไป พบว่ามีข้อมูลว่ามีการเสนอให้ซื้อผ่อนชำระในอัตราดอกเบี้ยสูงจริง ต่อมา
ชุดจับกุมได้พบนายราม กำลังเร่ขายสินค้าเช่นเคย จึงได้เข้าไปแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบพบหลักฐานเป็นเงินสดและหนังสือสมุดพกรายการทางบัญชีลูกค้ากว่า 40 ราย จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน และในบริเวณใกล้เคียงยังพบกลุ่มชายลักษณะคล้ายแขกจำนวน 3 คน จึงได้เข้าตรวจสอบบุคคลดังกล่าว พบนายอูเมส ตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่า อยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุด (Overstay) 536 วัน พบนายเอเชรัม อยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุด (Overstay) 910 วัน และพบนายซีรอม อยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุด (Overstay) 1,023 วัน จึงได้จับกุมตัวพร้อมกับแจ้งข้อหาในความผิดที่พบเบื้องต้นและจับตัวนำส่งเพื่อดำเนินคดี
การแจ้งข้อกล่าวหา: ในเบื้องต้นมีการแจ้งข้อกล่าวหา นายรามฯ ว่า “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” (ม.8 พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2561)
นายอูเมส ว่า “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการสิ้นสุด (536วัน)
นายเอเชรัม ว่า “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการสิ้นสุด (910วัน)
นายซีรอม ว่า “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการสิ้นสุด (1,023วัน)
การตรวจยึดของกลาง:
1. เงินสด 200 บาท
2. สมุกพกปรากฎรายการทางบัญชีลูกค้า จำนวน 1 เล่ม
3. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น N MAX สีดำ ทะเบียน ชลบุรี
สอบถามนายรามฯ รับตนเป็นคนต่างด้าวสัญชาติอินเดีย ได้รับอนุญาตให้เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยถูกต้องประเภทเกษียณอายุ ที่ จ.นครสวรรค์ แต่มาประกอบอาชีพขายสินค้ารายการลักษณะเงินผ่อนรายวันในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ชุดจับกุมพบว่า เฉพาะนายรามฯคนเดียว อาจมีลูกค้าจำนวนมากกว่า 40 ราย ดอกเบี้ยสูงร้อยละ 20 ถึง 30 ใน
ระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน มูลค่าความเสียหายประเมินไว้ร่วม 500,000 บาท และในส่วนของนายอูเมส นายเอเชรัม และนายซีรอม ซึ่งพบอยู่บริเวณใกล้เคียง นอกจากจะพบว่าลักลอบอยู่ในประเทศไทยเกินระยะเวลาวีซ่ามาเป็นระยะเวลานานแล้ว ก็ยังมีข้อมูลว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการขายสินค้าเงินผ่อนดอกเบี้ยสูงอีกด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบการตรวจสอบในรายละเอียดหากแน่ชัดจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนขยายผลตรวจยึดทรัพย์สินที่อาจเกี่ยวเนื่องกัน และบุคคลอื่นๆไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติที่คอยสนับสนุนกลุ่มคนเหล่านี้มาดำเนินคดีต่อไป
3. ตม.จว.สมุทรปราการ จับแก๊งจากแดนมังกร หลบหนีเข้าเมืองพร้อมนายหน้าคนไทย
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.3 และ ว่าที่ พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 และ พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร ผกก.ตม.จว.สมุทรปราการร่วมแถลงข่าวการจับกุม ดังนี้
สืบเนื่องจากการกดดันขบวนการนำพาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ที่ทาง สตม. ได้ดำเนินการในทุกมิติ ทั้งการตรึงแนวชายแดนและดำเนินการกับขบวนการนำพาแรงงานตามหัวเมืองชั้นในของประเทศ ซึ่งขบวนการเหล่านี้จะดำเนินการอยู่ละแวกกรุงเทพฯ หรือจังหวัดปริมณฑลที่มีสถานประกอบการโรงงานจำนวนมากและมีความต้องการแรงงานสูง ในกรณีนี้ ตม.จว.สมุทรปราการ ได้สนองนโยบายนี้อย่างเคร่งครัด คอยสืบสวนหาข่าวและกวดขันจนนำมาซึ่งการจับกุม ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ตม.จว.สมุทรปราการ ได้ทำการสืบสวนสวนทราบว่า มีขบวนการลักลอบนำคนต่างด้าวผิดกฎหมายมาพักที่โรงแรมบริเวณ ถ.กิ่งแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ชุดจับกุมจึงได้นำกำลังพร้อมรถยนต์ไฟฟ้าตรวจการณ์อัจฉริยะและรถยนต์นอกแบบเข้าปฏิบัติการในครั้งนี้ โดยมีการวางกำลังเฝ้าจุดสังเกตการณ์ บริเวณ ถ.กิ่งแก้ว ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี
จว.สมุทรปราการ จนกระทั่งพบรถตู้ สีเทา ขับเข้ามาจอดบริเวณลานจอดรถ หลังจากนั้นคนขับรถได้เดินลงจากรถมาเปิดประตูท้ายรถและมีชายหญิง จำนวน 8 คน ลักษณะคล้ายคนต่างด้าวชาวจีนเดินลงจากรถด้วยอาการมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เข้าไปแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถามและขอตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทาง พบว่าเป็นคนสัญชาติจีน 7 คนและเป็นคนสัญชาติเวียดนาม 1 คน ทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางติดตัวมาด้วย พบว่าคนขับคือนายสมบุญ สัญชาติไทย จึงจับกุมตัวคนทั้งหมด พร้อมยึดรถตู้ของกลางนำส่งเพื่อดำเนินคดี
การแจ้งข้อกล่าวหา: นายสมบุญฯ “ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม และฝ่าฝืนข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถ
4.ตม.จว.กาญจนบุรี เข้มข้นไม่หยุด ๒ วัน รวบ ๓ ขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมืองตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.๓, พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.๓, พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ รอง ผบก.ตม.๓, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.๓, พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.๓ และ ว่าที่ พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.๓ และ พ.ต.อ.จักษ์ ยังให้ผล ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี ร่วมแถลงข่าวการจับกุม ดังนี้
ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตม.จว.กาญจนบุรี เข้มงวดกวดขันกับขบวนการลักลอบเข้า-ออกตามแนวชายแดนธรรมชาติ
อยู่เป็นประจำจนเกิดผลการปฏิบัติใน ๒ วัน สามารถจับกุมขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมืองได้ ๓ ขบวนการ ได้ทั้งผู้ต้องหาและรถยนต์ของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุ มีรายละเอียดดังนี้
ขบวนการที่ ๑-๒ เหตุเกิดพื้นที่ อ.สังขละบุรี โดยก่อนเกิดเหตุชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนทราบว่าจะมีกลุ่มบุคคลลักลอบขนย้ายแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเดินทางออกจากหมู่บ้านบ่อญี่ปุ่น ประเทศเมียนมา ใกล้กับชายแดนไทย อ.สังขละบุรี
จว.กาญจนบุรี จำนวนหลายคนโดยแบ่งกลุ่มเดินทางออกมากจำนวน ๒ กลุ่มในเวลาติด ๆ กันเดินข้างพรมแดนธรรมชาติ แล้วมาพักคอยที่พื้นที่เกษตรที่สูง หมู่บ้านซองกาเรีย ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จว.กาญจนบุรี จึงได้วางแผนจับกุมโดยมีการบูรณาการกำลังปฏิบัติ แบ่งชุดเข้าไปซุ่มเฝ้าดูบริเวณดังกล่าวและแยกตั้งจุดสกัดกั้นตามเส้นทางที่คนร้ายอาจใช้ในการหลบเลี่ยง โดยได้พบว่าชุดแรกพบรถกระบะ ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ สีขาว เข้ามารับคนจำนวนส่วนใหญ่เหลือไว้ ๒ คนแล้วจึงขับออกไป จึงได้แจ้งชุดปฏิบัติให้สกัดกั้นและสามารถจับได้ที่บริเวณ จุดตรวจอาเซียน ร้อย ตชด.๑๓๔ ม.๘ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี
จว.กาญจนบุรี มีนายบุญชู อายุ ๓๐ปี สัญชาติไทย เป็นผู้ขับรถ ชุดที่สองพบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ เข้ามารับคน
๒ คนที่เหลือ จึงได้แจ้งให้มีการสกัดกั้นและสามารถจับได้ที่บริเวณจุดสกัดสะพานรันตี ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จว.กาญจนบุรี
มีนายชนน อายุ ๒๐ ปี สัญชาติไทย ขับรถ การตรวจสอบพบว่าแรงงานทั้งหมดเป็นแรงงานที่ไม่เอกสารหนังสือเดินทาง
และเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติ
การแจ้งข้อกล่าวหา:
นายบุญชูและนายชนน “ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้บุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง
โดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม ”
คนต่างด้าว ๒๙ คน “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
การตรวจยึดของกลาง:
๑. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ สีขาว
๒. รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ
๓. โทรศัพท์มือถือ จำนวน ๔ เครื่อง
ขบวนการที่ ๓ เหตุเกิดพื้นที่ อ.เมืองกาญจนบุรี โดยก่อนเกิดเหตุชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนทราบว่า จะมีการลักลอบขนย้ายแรงงานผ่านพื้นที่ ต.บ้านเก่า อ.เมือง จว.กาญจนบุรี เป้าหมายเป็นรถเก๋งแบบแวน ยี่ห้อเชฟโลเร็ต รุ่นซาฟิร่า สีดำ
เมื่อทราบแล้วได้วางแผนจับกุมโดยการดักซุ่มสังเกตเมื่อพบเป้าหมายจึงใช้รถยนต์ไฟฟ้าตรวจการอัจฉริยะเข้าตรวจสอบซึ่งได้ติดตามไล่ติดตามจนสามารถสกัดจับได้ที่จุดตรวจช่องเขาหนีบ ผลการตรวจสอบพบว่ามีนาย THANT อายุ ๔๓ ปี สัญชาติ
เมียนมา เป็นผู้ขับรถ ภายในมีผู้นั่งโดยสารมาด้วย ๙ คน ล้วนสัญชาติเมียนมาและไม่มีหนังสือเดินทาง
การแจ้งข้อกล่าวหา: นาย THANT “ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้บุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม ”
คนต่างด้าว ๙ คน “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
การตรวจยึดของกลาง:
๑. รถยนต์เก๋งแบบแวน ยี่ห้อเชฟโรเล็ต รุ่นแรนซาฟิร่า สีดำ
๓. โทรศัพท์มือถือ จำนวน ๒ เครื่อง
การซักถามเพื่อขยายผล:
ขบวนการที่ ๑-๒ มีความเกี่ยวโยงกันเป็นกลุ่มคนที่เดินทางจากหลายที่ในประเทศเมียนมาและมาพักยังจุดพักคอย
ที่หมู่บ้านบ่อญี่ปุ่น โดยนายบุญชูให้ข้อมูลว่ารับการติดต่อจากนายหน้าชาวเมียนมาซึ่งอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านบ่อญี่ปุ่น ให้มารับคน
ไปส่งยังจุดนัดพบซึ่งจะมีการแจ้งอีกครั้งโดยรับค่าจ้างทำงานในครั้งนี้จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ถูกจับกุมก่อนจะถึงจุดนัดหมาย ส่วนนายชนน ผู้ต้องหาอีกคนให้ข้อมูลว่า ได้รับการติดต่อจากญาติซึ่งเป็นคนเมียนมา ให้ไปรับคนต่างด้าวไปส่งที่สมุทรสาคร
จะโดยจะได้รับค่าจ้างจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท ส่วนแรงงานชาวพม่าทั้งหมดให้ข้อมูลเป็นไปในทางเดียวกันว่า ติดต่อกับทางญาติใประเทศไทยก่อน หลังจากนั้นจะเดินทางจากเมืองต่างๆในประเทศเมียนมา มายังหมู่บ้านบ่อญี่ปุ่น จากนั้นจะมีนายหน้าดำเนินการติดต่อหารถไปส่งยังจุดหมายจังหวัดสมุทรสาคร นครปฐม กรุงเทพฯ โดยค่าใช้จ่ายอยู่ที่หัวละ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท
ขบวนการที่ ๓ นาย THANT ให้ข้อมูลว่ารับการติดต่อจากบุคคลหนึ่ง ให้ขับรถรับช่วงคนเมียนมาไม่มีหนังสือเดินทาง จำนวน ๙ คน ไปส่งที่บริเวณใกล้ด้านพุร้อน โดยให้ค่าจ้างหัวละ ๑,๐๐๐ บาท ตนตัดสินใจรับงานนี้โดยไปรอรับที่จุดนัดพบ ถนนเลี่ยงเมืองกาญจนบุรี ซึ่งมีรถเข้ามาส่งคนให้กับนาย THANT จำนวน ๒ ชุด จนกระทั้งรุ่งเช้าจึงได้ออกเดินทางและถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว สอบถามคนต่างด้าวที่โดยสารมาด้วยให้ข้อมูลว่าลักลอบทำงานอยู่ อ.เมืองสมุทรสาคร แต่ช่วงนี้ได้รับผลกระทบโรงงานที่ตนเองลักลอบทำงานอยู่ปิดตัวเพราะติดโควิด ช่วงนี้ไม่มีงานทำจึงเดินทางกลับบ้านก่อน
จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ขบวนการลักลอบขนย้ายแรงงานในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีนั้นมีการปราบปรามที่เข้มข้น
จนทำให้ค่าใช้จ่ายในการลักลอบเข้ามานั้นสูงขึ้นเรื่อยมาจนถึง ๒๕,๐๐๐ – ๓๐,๐๐๐ บาท ซึ่งทาง ตม.กาญจนบุรีจะมีการขยายผลเอาเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป
สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆรวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตราย ต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อันทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร











ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น