อ่างทอง 14-11-64 ศึกช้างชนช้าง” หน้าด่านประตูเมืองอ่างทอง ลุ้นเดือดใครได้เก้าอี้นายก อบต.บ้านอิฐ 


 ที่จังหวัดอ่างทองผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกกต.เปิดรับสมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและสมาชิก ระหว่างวันที่ 11-15 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ จังหวัดอ่างทอง 7 อำเภอ จำนวน 43 แห่ง พบว่าเริ่มมีความคึกคัก โดยเฉพาะผู้สมัครในตำแหน่งนายกอบต. ทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ เพื่อหวังที่จะเข้ามารับใช้ประชาชน หลังจากที่ว่างเว้นการเลือกตั้งสนามดังกล่าวมากว่า 8 ปี ซึ่งผู้ที่เปิดตัวและออกสตาร์ทหาเสียง ส่วนมากจะเป็นอดีตนายกอบต.สมัยล่าสุด ที่ดูจะมีความพร้อมมากกว่าผู้สมัครหน้าใหม่  อบต.บ้านอิฐ จังหวัดอ่างทอง เป็นองค์การบริหารส่วนตำบลที่ใหญ่และน่าจับตามองการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะเป็นหน้าด่านเข้าเมืองอ่างทอง เรียกได้ว่า”ช้างชนช้าง” สังเกตจากการเปิดตัวทีมงานผู้บริหาร และการทำแผ่นป้ายหาเสียงซึ่งมีจำนวนผู้สมัครนายก อบต. 3 คน โดยคาดการณ์ว่าคู่ที่น่าจะเข้าตา และเข้ามานั่งบริหารในองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านอิฐในครั้งนี้ เหลือเพียง 2 ราย ที่น่าจะแข่งขันกันมันหยดจนวินาทีสุดท้าย



สนามใหญ่น่าจับตา ที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านอิฐ อ.เมืองอ่างทอง ซึ่งมีพื้นที่ 2 ตำบล คือตำบลบ้านอิฐ ตำบลบ้านรี มีทั้งหมด 15 หมู่บ้าน ประชากร กว่า 8,000 คน ซึ่งถือว่ามีประกรจำนวนมาก พื้นที่ส่วนใหญ่ติดถนนสายเอเชีย มุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ มีผู้สมัครนายก อบต.3 คน ประกอบด้วยนายสมชาย สุเมฆะกุล อดีตนายก อบต.คนล่าสุด ในนามทีมงานชายตุ๊ รักบ้านอิฐ บ้านรี ใจถึงพึ่งได้ หวังกลับมาทำหน้าที่ผู้บริหารระดับสูงของตำบลอีกครั้ง เพื่อสร้างแลนด์มาร์ค ทางเข้าจังหวัดอ่างทองให้เป็นที่รู้จัก ไม่ใช่แต่ทางผ่านไปภาคเหนือ และยกระดับคุณภาพชีวิต ฟื้นฟูตำบลสีเขียว พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เปิดประตูบ้านสู่แหล่งท่องเที่ยวทางอารยธรรม โดยเลือกตั้งครั้งนี้ มีนายจำนงค์ มะลิอ่อง อดีตคู่แข่งคนสำคัญอดีตกำนัน และนายกอบต.บ้านอิฐขึ้นชิงแชมป์อีกครั้ง โดยมีนายทวีศักดิ์ กันสถิตย์ อดีต ส.อบจ.อ่างทอง ลงชิงชัยสอดแทรกด้วย

ส่วนผู้ที่จับได้หมายเลข 1 คือ นายจำนงค์ มะลิอ่อง อดีตคู่แข่งคนสำคัญอดีตกำนัน และนายกอบต.บ้านอิฐ และเป็นทีมแรกที่ประกาศตัวกับชาวบ้านก่อนจะมีการรับสมัครหลายเดือน  เป็นทีมที่มีความพร้อมเพื่อการทำการเมืองท้องถิ่นทั้ง”หน้าบ้านและหลังบ้าน”  ซึ่งก็มีฐานเสียงอยู่ในเขตชุมชนพอสมควร ในการนี้จึงต้องขยันลงพื้นที่หนักเพื่อปักหลักชูนโยบายในด้านต่าง ๆ ให้กับประชาชน





ซึ่งนายจำนงค์ มะลิอ่อง ผู้ท้าชิงนายก อบต.บ้านอิฐ คนสำคัญที่ท้าชนนายกเก่า ชูนโยบายการสร้างตลาดกลาง สร้างอาชี สร้างชุมชน ในการหาเสียงเพื่อกลับมาเป็นนายกอีกครั้ง และขออาสารับใช้พี่น้องประชาชนชาวตำบลบ้านอิฐและบ้านรี เปิดเผยว่า ตนเองมีความพร้อมที่จะกลับมาเป็นนายก อบต.บ้านอิฐ อีกครั้ง เพื่อมาสานต่องานที่ทำไว้สมัยเป็นผู้บริหาร เพราะตำบลบ้านอิฐ เป็นตำบลที่อยู่กลางเมืองอ่างทอง ใครมาอ่างทองต้องผ่านตำบลบ้านอิฐ ตนเองอาสาเข้ามาชิงนายกในครั้งนี้เพื่อต้องการฟื้นฟู สร้างความเจริญให้กับพื้นที่ของตำบลบ้านอิฐและบ้านรี มีความมั่นใจในการชิงนายกครั้งนี้ ตนเองมีความมั่นใจ เพราะตนเองเคยเป็นอดีตกำนันในพื้นที่มากว่า 22 ปี และเคยตำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านอิฐมาก่อน เพราะฉะนั้นจะรู้พื้นที่และความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างละเอียด  ซึ่งที่ผ่านมาทีมของตนเองได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องทำการบ้านมาอย่างดีเพื่อชิงเก้าอี้นายก อบต.ในครั้งนี้ พร้อมทั้งได้ทีมงานที่มีความรู้ ความสามารถ มาร่วมทีมทำงานทางการเมืองท้องถิ่น คิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ทางทีมเรามีความพร้อมมาก ประกอบกับได้เบอร์ 1 ด้วย คิดว่าสามารถสู้ชิงนายก ได้อย่างสูสีแน่นอน  ตนเองจึงอยากฝากถึงพี่น้องประชาชนชาวตำบลบ้านอิฐและบ้านรี ให้สนับสนุนคนในพื้นที่กลับมาเป็นนายก อบต.บ้านอิฐ อีกครั้ง เพื่อเข้ามาบริหารและสานต่อโครงการสร้างตลาดกลางสินค้าชุมชน ให้คนในพื้นที่ได้มีแหล่งค้าขาย ทำมาหากิน เพราะจะเป็นการสร้างอาชีพอย่างมั่นคง พร้อมทั้งจะเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างแน่นอน

และผู้ที่ได้หมายเลข 2  คือนายทวีศักดิ์ กันสถิตย์ อดีต ส.อบจ.อ่างทอง ที่ผิดหวังเลือกตั้ง ส.อบจ. อาจเป็นตัวสอดแทรกในพื้นที่ชิงเก้าอี้นายก อบต.บ้านอิฐ อีกคน โดยครั้งที่ผ่านมาแพ้การเลือกตั้ง สมาชิก ส.อบจ. ล่าสุดจึงหันมาลงสมัครอาสาพี่น้องประชาชนอีกครั้งเพื่อสมัคร นายก.อบต.บ้านอิฐ อาสาเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชนอีกคน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับพี่น้องประชาชนตำบลบ้านอิฐและตำบลบ้านรี   




สำหรับเจ้าของตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านอิฐคนเดิมคือ นายสมชาย สุเมฆะกุล อดีตนายก อบต.คนล่าสุด ในนามทีมงานชายตุ๊ รักบ้านอิฐ บ้านรี ใจถึงพึ่งได้ ยังถือว่าเป็นสโลแกนที่ใช้มาตั้งแต่ลงสมัครครั้งที่ผ่านมาและยังคงใช้ได้มาโดยตลอด จากการฟิตซ้อมลงพื้นที่พบปะกับประชาชน แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาโดยตลอดในการดำรงตำแหน่ง เรียกได้ว่าเป็นขวัญใจของประชาชน ตั้งแต่วัยรุ่น วัยกลางคน รวมไปถึงผู้สูงอายุ  ด้วยความเป็นกันเอง ติดดิน รวมถึงผลงานที่สร้างความเจริญ ทั้งด้านบริหารจัดการน้ำทำการเกษตร บริหารจัดการน้ำท่วม น้ำแล้ง ด้านคมนาคม ด้านสุขภาพ เยาวชน ผู้สูงอายุ การศึกษา รวมถึงผลงานล่าสุดของปีนี้ คือการป้องกันไวรัสโควิด-19 วัด โรงเรียน ปลอดโควิด จนเป็นผลงานที่ประจักษ์ต่อคนตำบลบ้านอิฐและตำบลบ้านรี ซึ่งเป็นอดีตนายก อบต.บ้านอิฐ สมัยที่ผ่านมา ครั้งนี้จับได้หมายเลข 3 เป็นอดีต นายก อบต.ที่มีการสร้างผลงานที่ผ่านมาให้กับ อบต.บ้านอิฐ มากมาย เช่น การสร้างประปาหมู่บ้านที่ครอบคลุมทั้งหมู่ 4,5,6 และหมู่ที่ 8 พร้อมทั้งการส่งเสริมอาชีพกลุ่มโอทอป การสร้างงานในชุมชนให้เป็นรูปธรรม แต่การทำงานก็ย่อมมีปัญหาในการทำงานขึ้นบ้าง ถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่ความตั้งใจทำงานสูง ผลงานปรากฏ เพื่อสานต่องานที่ทำไว้ และเพิ่มผลงานใหม่ๆ ซึ้งจะผลักดันการสร้างแลนด์มาร์ค ทางเข้าจังหวัดอ่างทองให้เป็นที่รู้จัก ไม่ใช่แต่ทางผ่านไปภาคเหนือ และยกระดับคุณภาพชีวิต ฟื้นฟูตำบลสีเขียว พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เปิดประตูบ้านสู่แหล่งท่องเที่ยวทางอารยธรรม รู้ลึกประวัติศาสตร์เจดีย์บรรจุอัฐิพระราชมนู หรือออกญาพระสมุหกลาโหม ทหารเอกของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตั้งอยู่ ในวัดช้าง(ช้างให้) ต.บ้านอิฐ อ.เมืองฯ จ.อ่างทอง การไหว้พระ 9 วัดทางน้ำ จึงน่าจับตามองการเลือกตั้งในครั้งนี้    

เมื่อมาดู นโยบายการหาเสียงของแต่ละทีมแล้ว นโยบายของผู้ลงสมัครแต่ละทีมล้วนแล้วแต่มีความคิดที่ดี สร้างประโยชน์ และความเจริญให้กับพี่น้องชาวตำบลบ้านอิฐและตำบลบ้านรีทั้งสิ้น แต่นโยบายทั้งหมดที่นำมาเสนอนั้นก็จะต้องให้ชาวบ้านตำบลบ้านอิฐและตำบลบ้านรีเป็นผู้ตัดสินใจว่า จะเลือกกาเบอร์ไหน ท่านใด เข้ามานั่ง ตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านอิฐ และในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2564 นี้ พ่อแม่ พี่น้อง ชาวตำบลบ้านอิฐและตำบลบ้านรีจะต้องออกจากบ้านไปใช้สิทธิ์เลือก สมาชิก อบต.และนายก อบต. เข้ามาบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านอิฐ เพื่อความเจริญ ขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านอิฐและเพื่อประโยชน์ของชาวตำบลบ้านอิฐและตำบลบ้านรี ทุกๆคนด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับการเลือกตั้ง อบต.ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 พ.ย.นี้ เริ่มเปิดให้ลงคะแนนตั้งแต่ 08.00 ถึง 16.30 น.โดยจะใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และมีการนำกฎหมายเลือกตั้งฉบับใหม่มาบังคับใช้ หรือ พรบ.การเลือกตั้งท้องถิ่น พ.ศ.2562 ที่มีบทลงโทษรุนแรง โดยเฉพาะผู้สมัครที่รู้ตัวว่าขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัคร จะมีโทษตามมาตรา 120 ที่ระบุว่า ผู้ใดลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่า ตนเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง ต้องโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น เป็นเวลา 20 ปี หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง สามารถแจ้งข้อมูลได้ทุกช่องทางในการร้องเรียน ทั้งการแจ้งข้อมูลไปยังสำนักงาน กกต.อ่างทองโดยตรง หรือร้องเรียนผ่านแอพพลิเคชั่นตาสับปะรด หรือสายด่วน 1444 ได้ทันที




เอกลักษณ์ ยอดขำ/หัวหน้าข่าวเฉพาะกิจตระเวนข่าว

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้