วันที่ 20 ม.ค. 65 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันว่าเป็นข่าวบิดเบือน เพิ่มเติม 1 กรณีคือ
กรณีที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ใส่รองเท้าแตะขับรถผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ขนส่งทางบก ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือน
จากที่มีการแชร์ว่าใส่รองเท้าแตะขับรถผิดกฎหมายตาม พรบ.ขนส่งทางบก นั้น ทางกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ได้ชี้แจงว่า กฎหมายที่ว่าห้ามใส่รองเท้าแตะขณะขับรถ มีอยู่จริง แต่มีผลที่จะใช้บังคับเฉพาะคนขับรถบางกลุ่ม ประชาชนทั่วไปที่ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ไม่มีกฎหมายกำหนดเกี่ยวกับการแต่งกายในการขับรถ
สำหรับคนขับรถขนส่ง รถบรรทุก รถโดยสาร รถรับจ้างสาธารณะ รถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง มีกฎหมายกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องแต่งกายตามที่กฎหมายกำหนด โดยให้ใส่รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ขับรถ ทั้งนี้ควรระมัดระวังในการขับรถ เพราะเคยมีเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรองเท้ามาแล้ว ซึ่งหากประมาทจะทำให้เกิดอันตรายทั้งต่อตนเอง และผู้อื่นได้
ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และสามารถติดตามข่าวสารของกรมการขนส่งทางบก website: www.dlt.go.th ,Facebook: กรมการขนส่งทางบก PR.DLT.News , https://www.facebook.com/PR.DLT.NEWS/ สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง
บทสรุปของเรื่องนี้คือ : กฎหมายที่ว่าห้ามใส่รองเท้าแตะขณะขับรถนั้นมีอยู่จริง แต่มีผลที่จะใช้บังคับเฉพาะคนขับรถบางกลุ่ม เช่น คนขับรถขนส่ง รถบรรทุก รถโดยสาร รถรับจ้างสาธารณะ รถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง แต่สำหรับประชาชนทั่วไปที่ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ไม่มีกฎหมายกำหนดเกี่ยวกับการแต่งกายในการขับรถ
รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป
ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่าน
5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com, เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter, ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น